2005/Oct/29

วันนี้เราไปเที่ยวโตเกียวเทาเวอร์กันเหอะ คนที่เคยไปแล้วคงรู้ดีนะว่า ข้างบนน่ะสูงมากทีเดียว คนที่เป็นโรคหัวใจไม่ควรขึ้นไป คราวนี้เป็นครั้งที่2 ที่เราได้ไปมาเที่ยวที่นี่อีก ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อ 10 ปีก่อนเยอะนะ มีร้านขายของเยอะขึ้นด้วย แต่คราวนี้เราก็ไม่ได้ขึ้นไปชั้นสูงสุดหรอก เราขึ้นไปแค่150 Mเท่านั้น ถ้าต้องการขึ้นไปจนถึง250M เพราะมันต้องเสียเงินเพิ่มอีกก็เลยช่างมันเพราะถ้าไม่ได้ขึ้นไปดูกับแฟนมันก็ไม่โรแมนติกซักเท่าไร่มั้ง http://www.tokyotower.co.jp

ของแถมสำหรับวันนี้ก็วัด浅草ที่ไม่รู้ว่าไปมากี่รอบแล้ว แต่ก็ยังไปอยู่ดี เลยถ่ายรูปมาให้เพื่อนๆดูบรรยากาศนิดหน่อยจ้า


edit @ 2005/10/29 13:31:16

2005/Oct/28

หวัดดีเพื่อนๆ ขอโทษที่หายหน้าหายตาไป เนื่องจากประมาณเดือนสิงหาถึงกันยาต้องตะลอนทัวร์ไปทั่ว(ไม่งั้นจะมีรูปมาให้เพื่อนได้ดูรึ)คราวนี้เราจะพาไปดูงานEXPO 2005 AICHI JAPAN กัน ไม่รู้ว่าเพื่อนๆจะรู้จักกันป่าวนะ งานนี้จัดขึ้นประมาณ2005年3月25日(金)~9月25日(日)ถือเป็นงานใหญ่ระดับชาติของญี่ปุ่นครั้งนึงเลยทีเดียว มีการแบ่งเป็นหลายโซน แต่ละโซนกว้างมากกกก ขอบอกเดินกันขาลากทีเดียว นี่ยังไม่ได้พูดถึงจำนวนคนญีปุ่นที่ไปดูงานนี้นะ โห ถึงมันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนเราก็ไม่ขอไปอีกแล้วอ่ะ เล่าต่อในแต่ละโซนก็จะมีตึกหรืออาคารแสดงของแต่ละหน่วยงาน อ๋อ มีอาคารแสดงวัฒนธรรมของไทยด้วยอยู่ในโซนグローバル・コモン6 オセアナア・東南アジアซึ่งอยู่ลึกเข้าไปด้านใน ขอบอกว่าเราไม่สามารถเข้าไปถึงได้ แต่ได้ยินคนอื่นที่สามารถเข้าไปได้บอกว่า "ของประเทศเราก็สวยนะ แต่รัฐบาลน่าจะลงทุนทำให้มากกว่านี้ เพราะนี้เป็นงานระดับชาติ เมื่อเอาของเราไปเทียบกับประเทศอื่น มันดูเล็กไปเลยทีเดียว" อันนี้คนที่ได้ไปคงจะรู้สึกอย่างนั้น

มาเล่าของเราดีกว่าโซนที่เราไปจะอยู่ด้านหน้าสุด(มีปัญญาไปได้แค่นี้จริงๆอ่ะ)คือ企業パビリオンゾーンA ส่วนอาคารที่เราสามารถต่อคิวไปดูได้ก็มี三菱未来館@earthもしも月がなかったらเรายืนต่อคิวที่นี่ 2 ชั่วโมงได้เข้าไปดูประมาณครั่งชั่วโมง แต่ด้านในสวยมาก ยอมรับว่า เค้าใช้หุ่นยนต์ประกอบกับภาพกราฟฟิคสวยงามมาก แล้วก็อีกที่นึงที่เราไปคือ JR東海 超電導リニア館 โอ้โห มีการโฆษณารถไฟที่มันเร็วกว่า新幹線สุดยอดมาก ความเร็ว 500 KM/H แค่ชมแต่ตัวอย่างก็ตะลึงแล้วอ่ะ ถ้าเพื่อนคนไหนสนใจอยากรู้รายละเอียดก็ไปดูได้ที่นี่นะ

http://mobile.expo2005.or.jp

ตึกที่เห็นในรูปสุดท้ายเป็นที่ที่เราอยากเข้าไปนะ มันอยู่ในJAPAN ZONE ชื่อตึก名古屋市パビリオン 大地の塔 เพียงแต่เห็นจำนวนคนที่ต่อคิวแล้วเอาเหอะ เราถ่ายแต่ข้างนอกก็ได้อีกอย่างนึงเราก็มีเวลาจำกัดด้วยเพราะตอนเช้าพวกเรารีบกันแล้ว แต่ก็ยังตก新幹線อยู่ดี คือถ้าเราพลาดขบวนที่เราจองเอาไว้จาก指定席จะกลายเป็น自由席ทันที คือ เราจะต้องหาที่นั่งเอง ต้องไปแทรกนั่งเก้าอี้ที่ไม่มีคนนั่ง ถ้าไม่มีที่นั่งก็ต้องยืน ขากลับเราก็ไม่อยากจะตกรถไฟ และที่สำคัญไม่อยากยืนด้วย เพราะงั้นพวกเราก็เลยต้องรีบออกจากงาน เพื่อรอรถไฟ ใครที่ไม่เคยเห็นรถไฟติด ก็ต้องมาเห็นคราวนี้แหละ เพราะพวกเราต้องติดอยู่ในรถไฟเป็นชั่วโมงๆ เนื่องจากฝนตกหนักรถไฟไม่สามารถวิ่งได้ บอกตามตรงวันนี้เป็นวันที่เหนื่อยมาก กลับไปถึงบ้านเพื่อนที่ไปขอพักที่โตเกียว เราก็หลับเป็นตายเชียว

2005/Aug/08

เมื่อวานนี้หลังจากที่พยายามจะเขียนวิทยานิพนธ์อยู่หลายครั้ง แต่หัวมันก็ไม่แล่นซักที ขณะที่กำลังเซ็งๆ เพื่อนก็เข้าทักในเอ็มฯ(ความจริงก็มีเพื่อนอีกหลายคนออนไลน์อยู่น่ะนะ แต่ไม่อยากรบกวนคนอื่น) ก็ทักตอบไปด้วยความดีใจ ปรากฏว่า "อ้าว แกเองรึ คือเรากำลังรอพี่...(แฟนมัน)อยู่อ่ะ เห็นคนออนไลน์ดีใจนึกว่าเป็นพี่...." "เนี่ย เพิ่งจะสอนเค้าเล่นเอ็มฯ เพราะเค้าเดินทางไปต่างประเทศแล้วเมล์มาบอกว่า หลงทาง เป็นห๊วงเป็นห่วง"

กรี๊ดดดดดด

ก็รู้อ่ะนะว่า เป็นห่วงแฟนตัวเองแต่อย่ามาทักแบบนี้ได้มั้ย มันเสียความรู้สึกมากๆๆๆ เห็นชั้นเป็นตัวอะไรเนี่ย ไหนจะผิดหวังเพราะไม่ใช่แฟนตัวเอง ไหนจะมาเล่าเรื่องแฟนตัวเองให้เพื่อนฟังอีก แล้วเหมือนจะโทษเรานิดๆตัว ประมาณว่า "เสือกมาออนไลน์ตอนนี้ทำไมดูดิหลอกให้เราดีใจนึกว่าที่รักเรา" ขอโทษที่หยาบคาย ปกติเราไม่ค่อยเดือดใคร พอมาเจอแบบนี้ เราก็ใส่กลับดิ ถึงจะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยม.ต้น แต่พูดจาแบบนี้เราก็ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน ฝ่ายโน้นพอเห็นเราโกรธก็รีบขอตัวออกเลย ก็เรื่องอะไรเราอยู่ของเราดีๆมาโทษกันแบบนี้ แค่เพื่อนคนเดียวเราตัดได้

หลังจากที่หายโกรธก็เข้าไปดูเว็บเห็นบทความนึงโดนใจก็เลยเอามาตัดแปะให้เพื่อนๆอ่าน จากเว็บ www.saranair.com

เพื่อนกับนาฬิกา.... 

ถามอะไรคุณอย่างนึงได้ไหม
เพื่อนตามความคิดคุณคืออะไร?

เค้ามีความสำคัญกับคุณมากแค่ไหน
เทียบกับคนรักของคุณได้บ้าง ฤ เปล่า

ฉันมีบ้างอย่างอยากจะเล่าให้ฟังแค่นั้นเอง

มีนาฬิกาปลุกอยู่เรือน 1
มันทำหน้าที่ของมันทุกวัน
ทั้งเข็มยาวเข็มสั้น.
ยังคงเดินทางรอบหน้าปัดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ตอนเช้าๆๆๆๆๆๆๆๆ
มันจะส่งเสียงกวนประสาท
เสียงที่ทำให้เราต้องตื่นจากความฝันแสนหวาน
เราตอบแทนมันโดยการเอื้อมมือไป ควานหาตบหรือกดมันอย่างแรง
ด้วยความรำคาญ เพื่อให้มันเงียบ
ทั้งๆที่มันก็ช่วยให้เราไม่ไปผิดนัดสำคัญๆอยู่เสมอ
และถ้ามันเผลอปลุกเราในวันพักผ่อน
บางทีเราอาจจะขวางมันทิ้งเสียด้วยซ้ำ
ทั้งๆที่เราก็เป็นคนตั้งเวลาเอาไว้เอง

บ้างครั้งเราก็มั่วทำอย่างอื่นที่เราเห็นว่าสำคัญ
มากเสียยิ่งกว่า
นาฬิกา ที่มันตั้งอยู่ที่เดิมของมันทุกวัน
เราไม่ใส่ใจมันเท่าไรหรอก จะสนใจมันแค่ตอนเรา
อยากรู้เวลาก็เท่านั้นเอง
จนกระทั่งวันนึง
นาฬิกาเดิมๆเรือนนั่นมันเงียบหายไป
คุณไม่รู้หรอกว่ามันเงียบไปเมื่อไร
คุณจำไม่ได้หรอกว่าตอนมันเดินครั้งสุดท้าย คือ ตอนไหน
คุณได้แต่โทษมันในเช้าวันนั้นว่า
ไอ้นาฬิกา เฮงซวย..ทำไมถึงไม่ปลุก
ทั้งที่มันเงียบไปเพราะคุณ

คุณว่าไหม ว่า
เพื่อนมันเหมือน นาฬิกาปลุกเนอะ

ทำไมนะเหรอ.
คุณคิดดูสิ---
ความรักระหว่างเพื่อนก็เหมือนการเดินของเข็มนาฬิกานะ
เดินอยู่ที่เดิมๆๆๆๆๆ แต่ก็เดินไปได้เรื่อยๆๆ ไม่เหนื่อยไม่เบื่อ
บางครั้งเพื่อนก็เตือนเรา
บอกเรา แนะนำเราไนบางเรื่องที่เราควรจะฟัง
แต่เรากลับรำคาญมัน
พูดทำร้ายน้ำใจเค้า หรือทำให้เค้าเสียใจ
เพราะคิดว่าคำพูดเตือนของเค้าทำให้คุณรำคาญ
ถึงแม้บางทีคุณก็ทำไปเพราะไม่ได้ตั้งใจ
แต่ลองสังเกตสิ
สิ่งที่เพื่อนๆคุณเตือน(ด้วยความหวังดีนั้น)
บางทีกลับช่วยคุณได้หลายๆเรื่อง

หลายครั้งหลายคราว
ที่คุณมัวแต่ทำเรื่องอื่น
ให้ความสำคัญกับคนอื่นๆๆ
และมองข้ามความสำคัญเพื่อน
เพราะคุณคิดอยู่เสมอว่า..
ความรักของเพื่อน มันเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา
เช่นเดียวกับ นาฬิกา
ที่มันจะเดินไปอย่างนั้นเหมือนทุกๆวัน
แต่คุณคงลืมไปว่าสักวัน
ถ่านที่คุณใส่ไว้มันก็ต้องหมด
นาฬิกาไม่ได้ละเลยหน้าที่ของมัน
หากเพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป
มันจะเอาแรงที่ไหนเดินหากไม่มี แบตเตอร์รี่
เช่นเดียวกันกับเพื่อนของคุณ
แม้เค้าจะรักและปรารถนาดีกับคุณมากแค่ไหนก็ตาม
หากคุณเองไม่เคยใส่ใจ
หลงลืมไปว่ายังมีเค้าอยู่
ก็เปรียบเหมือนดังนาฬิกา
ที่มันไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ของมันหรอก
หากแต่เพียงคุณเองที่ไม่เคยจะเอาใจใส่
นาฬิกาเก่าๆเดิมๆเรือนนั้นเลย
ถึงเวลาหรือยังที่คุณจะหันกลับมามอง
มองดูนาฬิกาเรือนเดิม
ไม่สายไปใช่ไหมที่คุณจะใส่ถ่านให้มันอีกครั้ง
และไขลานให้มันเดินดังเดิม
เพื่อให้นาฬิกาเรือนเดิม
กลับมาทำหน้าที่หน้าเบื่อเดิมๆ
อักสักครั้ง

รักเพื่อนๆทุกคนนนนนนนนนนน